ข่าวประชาสัมพันธ์

 ′แสงอาทิตย์′ พลังงานที่มั่นคงและมั่งคั่ง
วันที่ประกาศ 20 ธันวาคม 2558


 

′แสงอาทิตย์′ พลังงานที่มั่นคงและมั่งคั่ง

ประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้นำและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับ พลังงานทดแทนมา นานแล้ว ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ทั้งพลังงานลม แสงอาทิตย์
และ พลังงานจากขยะ จนตอนนี้เยอรมนีได้สร้างสถิติใหม่ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ได้มากถึง 22 กิกะวัตต์ เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้า
พลังงานนิวเคลียร์ที่มี ประสิทธิภาพเต็มที่ 20 โรงงานสามารถผลิตได้ เป็นการชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานทางเลือกมีการเติบโตและขยายตัว
มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นนัยสำคัญสำหรับคนในวงการการเงินและการลงทุนของไทย เพราะความมั่งคั่งสร้างได้จากแสงอาทิตย์

    ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร อาจารย์ประจำคณะบัญชี และผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า
จากการติดตามข้อมูลด้านพลังงานทางเลือก เห็นว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจมาก ทั้งการลงทุนระดับอุตสาหกรรมและระดับส่วนบุคคล ยิ่งตอนนี้เทคโนโลยี
เพื่อ การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่ายในราคาสบายกระเป๋า แถมยังมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทดแทนจากรัฐบาล
ปัจจุบันส่งเสริม อีก การขยายตัวของภาคธุรกิจเอกชนจึงเพิ่มขึ้นมาก ทั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐ บริษัทรับเหมาติดตั้ง
โซลาร์เซลล์ ทำตลาดตรงกับครัวเรือน หรือทำตลาดร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ช่วงเวลานับจากนี้จึงถือว่าเป็นจังหวะดีสองต่อ นั่นคือการสร้าง
ความมั่งคั่งให้ประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย

    โดย ตอนนี้สำหรับประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐพยายามชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่ไทยเราจะขาดแคลนพลังงาน เพื่อผลิตไฟฟ้า หากยังไม่มีความตระหนัก
ในเรื่องการใช้ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทนถือเป็นทางสายใหม่ที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ ไทยได้เป็นอย่างดี ที่รัฐบาลทุกชุดทำไม่ได้

    จึงคาดว่าปีนี้เป็นต้น ไปจะเป็นปีทองของธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย ไม่ว่าจะเป็นระดับฟาร์มขนาดใหญ่ ระดับโรงงาน จนถึงการผลิตไฟฟ้า
จาก หลังคาบ้าน เพื่อขายไฟฟ้าให้กับหน่วยงานรัฐ เพราะเริ่มมีนโยบายส่งเสริมเอกชนผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขายให้กับรัฐบาล รวมถึงการขัดเกลาข้อกฎหมายต่างๆ
ที่เป็นอุปสรรคออกไป โอกาสในการขยายธุรกิจจึงมีช่องทางอีกมาก รวมถึงฟากของธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มสนใจสนับสนุนทางการเงินทั้งแบบโปรเจ็กต์ ไฟแนนซ์
คอร์ปอเรตไฟแนนซ์ และเพอร์ซันนอลไฟแนนซ์ และอาจจะมีการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ มาช่วยพัฒนาธุรกิจกลุ่มนี้ ยิ่งตอนนี้มีข่าวออกมาแล้วว่า
รัฐบาลกำลัง เร่งดำเนินการเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า โซลาร์รูฟท็อปให้แล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ บริษัทเอกชนหลายแห่งที่เล็งการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
เริ่มทยอยเปิดหน้าหาลูกค้า สร้างตลาด สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์และการสร้างรายได้จากแสงอาทิตย์ บนหลังคาบ้านของตัวเอง

    แนวโน้มเช่นนี้ ชี้ชัดว่าประเทศไทยสามารถสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจากการพัฒนาพลังงานทด แทนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานแสงอาทิตย์
แม้ตอนนี้ จะมีการทำโซลาร์ฟาร์มกระจุกตัวอยู่บริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าก็ยังอยู่ใน
อัตรา ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของการผลิตไฟฟ้าใช้ทั่วประเทศ แต่เพราะเราเป็นประเทศเขตร้อน ทุกพื้นที่ทั่วไทยจึงได้รับการศึกษามาแล้วว่าสามารถรับแสงแดดเฉลี่ย
ทั้งปี อยู่ที่ 3.8-5 ชั่วโมงต่อวัน ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

    เห็นหรือยัง ว่า คนไทยมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากต้นทุนพลังงานที่ได้มาเปล่าๆ กับต้นทุนอุปกรณ์แผงโซลาร์เซลล์ที่มีแต่จะลดต่ำลงแถมอายุการใช้งาน
ยาว นาน 20-25 ปี ค่าบำรุงรักษาก็น้อยแสนน้อย ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสภาพแวดล้อม เรียกว่าเป็นความมั่งคั่งจากแสงแดดอันเป็นทุนที่ประเทศไทยได้มา
แบบฟรีๆ ตลอดทั้งปี
----------------------------------------------------------
ขอบคุณที่มาข้อมูล มติชนออนไลน์
และ www.energysavingmedia.com


รายการหลัก

ข้อมูลหน่วยงาน