ข่าวประชาสัมพันธ์

 บทเรียนมลพิษทางทะเลจากกรณีน้ำมันรั่วไหลในอ่าวไทย
วันที่ประกาศ 4 สิงหาคม 2557


 

ชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรแหล่งใหญ่ของคนไทย เป็นแหล่ง อาหารตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายและมีคุณค่ามากมาย แต่ในปัจจุบันแหล่งทรัพยากรชายฝั่งทะเลของไทยเสื่อมโทรมลงมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากทะเลเป็นแหล่งสุดท้ายที่ของเสีย ขยะมูลฝอย หรือคราบนํ้ามันจากแหล่งต่าง ๆ ที่ถูกพัดพามาตามกระแสนํ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีแม่นํ้าที่สำคัญถึงสี่สายไหลมารวมกัน คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีนแม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ปริมาณของเสียที่ไหลลงสู่อ่าวไทยมีการสะสมตัวและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมีโครงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่คำนึงถึงความเสื่อมโทรมที่จะเกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เนินกิจกรรมในภาคการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พานิชยกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดปัญหาจนเกิดเป็นมลพิษทางทะเล นํ้าทะเลเสื่อมคุณภาพ และยังสร้างความเสียหายต่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลและบริเวณชายฝั่งซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลย้อนกลับมายังมนุษย์ในด้านต่างๆ เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ผลกระทบด้านสุขภาพ หรือส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม เป็นต้น

-------------------------------

ขอบคุณที่มาข้อมูล http://energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=16&cno=4774

มลพิษทางทะเล หมายถึง การที่มนุษย์นำเอาสิ่งต่างๆ ลงสู่สิ่งแวดล้อมในทะเล เช่น นํ้าเสีย ขยะ ไม่ว่าจะโดยจงใจหรือไม่ หรือจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม เมื่อการกระทำนั้นก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตและเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ หรือการทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมในทะเลเสื่อมลง และทำให้คุณค่าทางสุนทรียภาพลดลง

แหล่งกำเนิดมลพิษ มลพิษทางทะเลเกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง การเปลี่ยนแปลงลักษณะการใชที้่ดินบริเวณชายฝั่งทะเล เช่นการเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรไปเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม การเปลี่ยนป่าชายเลนไปเป็นนากุ้ง ทำให้สิ่งแวดล้อมทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต แหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้

1. แหล่งกำเนิดมลพิษจากชายฝั่ง ที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษมากที่สุดคือ ชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งอื่น ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรกรรม ท่าเรือ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล และริมแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งกิจกรรมจากชายฝั่งดังกล่าว ทำให้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายฝั่งและในทะเลเสื่อมโทรมลง

2. แหล่งกำเนิดมลพิษทางทะเล เกิดจากกิจกรรมในทะเลที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้แก่ การเดินเรือ การทำประมง และท่าเทียบเรือบริเวณชายฝั่งทำให้ทะเลมีการปนเปื้อนของน้ำมันที่รั่วไหลนอกจากนี้ การขุดร่องนํ้า การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ และการทำเหมืองแร่ในทะเล ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจาย และเกิดการปนเปื้อนของสารมลพิษรวมทั้งปรากฏการณ์นํ้าเปลี่ยนสี ซึ่งก่อให้เกิดการเน่าเสียและเป็นอันตรายต่อสัตว์นํ้า

การรั่วไหลของนํ้ามัน Oil Spill โดยทั่วไปมักเกิดจากอุบัติเหตุทางเรือ เช่น เรือชนกัน เรืออับปาง และกิจกรรมการเดินเรือได้แก่ การถ่ายนํ้ามันเครื่อง การระบายนํ้าในท้องเรือนํ้าทิ้งเหล่านี้ล้วนปนเปื้อนนํ้ามันก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลเนื่องจากนํ้ามันบนผิวนํ้าไปขัดขวางการถ่ายเทก๊าซออกซิเจนระหว่างอากาศและนํ้า ทำให้สัตว์นํ้าขาดออกซิเจน และรากต้นไม้ในป่าชายเลนไม่สามารถหายใจได้จึงเป็นการทำลายระบบนิเวศป่าชายเลน คราบนํ้ามันจะเคลือบขนของสัตว์และถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกาย ยับยั้งการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตโดยเฉพาะไข่นกจะไม่สามารถฟักออกเป็นตัวได้

นอกจากนี้ คราบน้ำมันยังปิดกั้นแสงสว่างที่ส่องลงมาสู่ท้องน้ำ มีผลต่อขบวนการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำ น้ำมันที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้สัตว์น้ำตายได้(ความเข้มข้น 1-3 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นเวลานานกว่า 8 วัน) นํ้ามันที่มีความหนาแน่นสูง เมื่อจมลงสู่ท้องทะเลมีผลต่อสัตว์หน้าดิน ผลกระทบที่กล่าวมานี้จะทำให้สุนทรียภาพและความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวหมดไป พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของน้ำมันสูง ได้แก่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ชายฝั่ง ศรีราชามาบตาพุด ระยอง บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทยตอนบนจนถึงอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ปัญหามลพิษกรณีการเกิดน้ำมันรั่วไหลจากท่อส่งน้ำมันที่เกิดขึ้น มีปริมาณนํ้ามันรั่วไหลออกมามากกว่า 50,000 ลิตร กระจายทั่วท้องทะเล เป็นปัญหาที่เกาะเสม็ด อ่าวบ้านเพ จังหวัดระยอง ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญในการจัดการมลพิษทางทะเล ทั้งในเรื่องของการเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุการณ์ให้ทันท่วงที ถือเป็นเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง แสดงให้เห็นถึงการล้มเหลวของการซ้อมแผน หรือการเตรียมอุปกรณ์ในการกำจัดคราบนํ้ามันที่ไม่สามารถดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ส่งผลเสียให้เห็นกันอย่างชัดเจน ทั้งการท่องเที่ยว การประมง ตลอดจนระบบนิเวศวิทยาของชายฝั่งทะเล ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมหาศาลและต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเยียวยาให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม เนื่องจากลักษณะของอ่าวไทยเป็นรูปตัว ก.ไก่ เป็นอ่าวปิดมลพิษที่เกิดขึ้นจะหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวเปรียบเสมือนนํ้าวน ความรุนแรงของมลพิษจะมีการสะสมตัวค่อนข้างง่ายและมากขึ้นเรื่อย ๆ

บทสรุปของการจัดการมลพิษทางทะเล คงต้องเตรียมความพร้อมอุปกรณ์และวางแผนอย่างรอบคอบ การเยียวยาระบบนิเวศชายฝั่งต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ต้องมีการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปนเปื้อนดังกล่าว โดยเฉพาะสุขภาพที่เกิดจากผลกระทบของการปนเปื้อนน้ำมันในแหล่งต่างๆ วันนี้เราคงเห็นแล้วว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลขนาดใหญ่การขนส่งขนถ่ายน้ำมันปริมาณมหาศาล ย่อมเกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล และมีผลกระทบในระยะยาว หากไมมี่การเตรียมพร้อมทั้งคนและวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการปัญหา ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและใช้เวลาในการคืนสภาพยาวนาน ความสำคัญของการจัดการที่มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ จะช่วยลดปัญหาที่ตามมาได้อย่างมาก

หวังว่า บทเรียนราคาแพงครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงกิจกรรมการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นหรือที่มีอยู่แล้ว ให้ระมัดระวังและหาทางป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเช่นนี้อีก และเมื่อเกิดขึ้นแล้วขอให้รับมือกับปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ วันนี้คงได้แต่เช็ดคราบนํ้ามันออกจากปลาและสัตว์ต่าง ๆที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่ได้รับผลกระทบ และสุดท้ายคือผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่ต้องอาศัยพื้นที่ชายฝั่งทะเลในการดำรงชีวิตการขนถ่ายนํ้ามัน การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและนํ้ามันในทะเล


รายการหลัก

ข้อมูลหน่วยงาน